25 กันยายน 2546
 เปิดใจ "เฉลิมรัฐ นาควิเชียร" ผู้บริหารไฟแรงแห่งเน็ตดีไซน์



ชีวิตเริ่มต้นที่ 40 วลีคุ้นหูที่หนุ่มสาววัยทำงานมักหยิบขึ้นมาใช้ แต่บุรุษหนุ่ม ผู้นี้กลับบอกว่า ชีวิตของเขาเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปีด้วยซ้ำ

เฉลิมรัฐ นาควิเชียร ผู้อำนวยการโรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ หรือรู้จักกันดี ในชื่อ "Net Design" นักธุรกิจน้องใหม่ที่น่าจับตา ด้วยเหตุที่สามารถ แปลงความยาก ของคอมพิวเตอร์ กราฟฟิกให้กลายเป็นเรื่องง่ายที่ใครก็สามารถสัมผัสได้ และเขากำลัง ก่อร่างสร้างตัวกับธุรกิจแขนงนี้ด้วยวัยเพียง 27 ปี

จบออกมาเปิดเวบไซต์อี-คอมเมิร์ซได้แน่นอน...ผมรับรอง ผอ.หนุ่ม ดีกรีมหา บัณฑิต คณะมัณฑนศิลป์ จากรั้วศิลปากร ยิ้มอย่างเชื่อมั่น และบอกว่าสิ่งที่ทำ ให้เน็ตดีไซน์ ได้รับความนิยมนั้น เนื่องจากเป็นสถาบันแห่งแรก ที่ใช้แนว การเรียน การสอน แบบ จำลองการทำงานจริง ผู้อบรมต้องเข้าใจขั้นตอนการผลิตเวบไซต์ทั้งระบบ สามารถ วางคอนเซ็ปท์ การออกแบบได้ และยังต้องรู้เกี่ยวกับ กฎหมายการทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ซด้วย

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะบอกว่า จำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจนมีแผนขยายเพิ่มอีก 3 สาขาในปีหน้า เป็นผลมาจากการ ที่ลูกค้าบอกต่อๆ กันไป

เก็บเกี่ยวประสบการณ์

กว่าจะมาเป็นเน็ตดีไซน์ได้นั้น…ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องสั่งสมความรู้และประสบการณ์มาพอสมควร แต่โชคดีที่เฉลิมรัฐมีช่วง จังหวะที่ดีของชีวิตเป็นทุนเสริม

เจ้าของเน็ตดีไซน์ย้อนอดีตให้ฟังว่า ได้รับรู้ความสุดยอดของคอมพิวเตอร์ในงานกราฟฟิกดีไซน์ครั้งแรกเมื่อตอนอายุได้ราว 16 ปี

ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 2 คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปขอฝึกงานที่บริษัท Remix ditgital เป็นบริษัททำโฟโต้รีทัชชิ่ง ซึ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วย ยุคก่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ยังไม่มีพีซีใช้ ตอนนั้นใช้เครื่องแมคอินทอชทำงาน พอได้สัมผัสรู้สึกเลยว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกตัวนี้จะต้องมาแรงมากๆ

ด้วยเหตุที่เขาเป็นผู้หนึ่งที่นิยมในเทคโนโลยีอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเรียนรู้ และยังได้นำความรู้ที่ว่ามาสร้างรายได้เสริม ขณะเรียน จนกระทั่งเรียนจบ ก็เริ่มทำงานกับโปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ทำได้สักระยะเขาก็คิดอยากไปเรียน School of Art ที่สหรัฐ เพื่อหาความรู้เพิ่ม

ตอนนั้นสนใจหลายที่ครับ เลยลองขอข้อมูลไปทางอีเมล หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ ทางบ้านก็ได้รับหนังสือแนะนำและข้อมูลต่างๆ มากมาย ทั้งๆ ที่แค่ส่งอีเมลไปเท่านั้น ทำให้รู้ซึ้งเลยว่าอินเทอร์เน็ตมีพาวเวอร์มากจริงๆ

แต่เฉลิมรัฐตัดสินใจไม่เรียนต่อ เนื่องจากได้มีโอกาสรู้จักและร่วมงานกับเพื่อนชาวฝรั่งเศสทางอินเทอร์เน็ต ที่มาเปิดธุรกิจ รับจ้างผลิต ชิ้นงานในรูปซีดีในไทย จากจุดนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้ระบบจัดการและบริหารงาน แบบอินเตอร์เนชั่นแนล และก็มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อบริษัท ดิจิทัล เซิร์ฟ ชักชวนให้เขามาร่วมทำเวบไซต์ด้านอีคอมเมิร์ซ

บอกตรงๆ เลยนะว่าเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ผมรู้จักกับคำว่าอีคอมเมิร์ซ ตอนนั้น www.bangkokcenter.com ถือเป็นเวบไซต์อีคอมเมิร์ซแรกของไทยเลยก็ว่าได้ เริ่มทำกันปลายปี 2541 ขายของดีมาก จนกระทรวงพาณิชย์เริ่มสนใจ และจ้างให้ทำเวบไซต์ร้านค้าออนไลน์เพื่อขายของที่ระลึกให้กับงานเอเชี่ยนเกมส์อย่างเป็นทางการ

หลังจากจบงานเอเชี่ยนเกมส์ เริ่มมีหลายบริษัทมาว่าจ้างให้ทำเวบไซต์มากขึ้น ขณะนั้น เฉลิมรัฐพร้อมทีมงานอีก 6 คน รับหน้าที่ออกแบบและจัดทำเวบไซต์ แต่ทำได้ไม่นานก็เริ่มเบื่อ เพราะต้องอัพเดทข้อมูลเวบไซต์ให้ลูกค้าทุกวัน

งานอัพเดทหน้าเวบถือเป็นงานน่าเบื่อมากสำหรับพวกดีไซน์ ผมเลยคิดว่าน่าจะสอนให้เจ้าของเวบไซต์รับไปทำเองจะดีกว่า ก็เริ่มเรียกคนของลูกค้ามาสอนวิธีอัพเดทหน้าเวบด้วยโปรแกรมฟรอนต์เพจ 97

สวมบทอาจารย์จำเป็น

เฉลิมรัฐบอกว่า จุดนี่เองถือเป็นจุดพลิกผันของชีวิต เพราะหลังจากสอนไปได้สักระยะ ก็เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เขาเปิดสอนเรื่อยๆ

สอนฟรีอย่างเดียว จนไม่ต้องทำงานทำการกัน ก็เลยคิดว่าเปิดโรงเรียนเลยดีกว่า ตอนแรกดิจิทัล เซิร์ฟลงทุนให้ เปิดที่ฟอร์จูนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ไม่ได้ประชาสัมพันธ์มาก แค่ยืนแจกโบรชัวร์ แต่เสียงตอบรับดีมาก 13 รุ่นแรกเต็มภายใน 1 เดือน อาจเป็นเพราะรุ่นแรกออกไปก็บอกต่อเรื่อยๆ

เมื่อเห็นช่องทางสร้างรายได้ เฉลิมรัฐไม่รอช้าตัดสินใจลาออกเพื่อเปิดโรงเรียนสอนเป็นของตนเอง เริ่มต้นแห่งแรกที่ชั้น 22 ฟอร์จูนทาวน์ โดยกลุ่มลูกค้าในช่วงแรกนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นระดับผู้บริหาร เนื่องจากเขาเลือกลงโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์เชิงธุรกิจ

เมื่อระดับเจ้าของบริษัทมาเรียนเอง เห็นว่าได้ความรู้จริง ก็เลยบอกต่อๆ กันไป และเริ่มส่งลูกน้องมาเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเน็ตดีไซน์เริ่มเป็นที่รู้จัก

แต่ไม่นานโครงสร้างตลาดเริ่มเปลี่ยน ลูกค้ากลายเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี และกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่อยากมีเวบไซต์เป็นของตัวเอง เฉลิมรัฐจึงต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ ด้วยการปรับหลักสูตรสนองตอบความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเวบไซต์ สิ่งพิมพ์ กราฟฟิก 3 มิติ และแอนิเมชั่น

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกใจที่เน็ตดีไซน์จะเป็นสถาบัน สอนกราฟฟิกดีไซน์ ที่มีลูกค้าทุกเพศทุกวัย เข้ามาลงทะเบียนเรียน อย่างไม่ขาดสาย และเตรียมขยายเพิ่มอีก 3 สาขาในปีหน้า นอกจาก 3 สาขาเดิมที่เปิดให้บริการอยู่

เคล็ดลับความสำเร็จ

สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จนั้น เฉลิมรัฐบอกว่า เป็นผลมาจากการทำในสิ่งที่รักและถนัด เพราะเมื่อรักและรู้จริง ก็จะทำให้สำเร็จได้ไม่ยาก นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยสัญชาตญาณ และทำตามที่ตลาดต้องการด้วย

ปัจจุบันนอกจากเปิดโรงเรียนแล้ว เขายังทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอี-คอมเมิร์ซ หลายอย่าง อาทิ เวบโฮสติ้ง ดาต้าเซ็นเตอร์ และรับจดทะเบียนโดเมนเนม อีกทั้งยังเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง และได้รับเชิญจาก หน่วยงานภาครัฐให้เป็นหนึ่งในกรรมการร่วมกำหนดมาตรฐานด้านเวบดีไซน์ของไทย

แต่ผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเฉลิมรัฐเป็นอย่างยิ่ง เห็นจะเป็นงานออกแบบกราฟฟิก สิ่งพิมพ์ภายในพิพิธภัณฑ์ หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติดอนเจดีย์ และหอวัฒนธรรมเชียงใหม่ เขาเชื่อว่า งานออกแบบ ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นชิ้นงานที่อยู่ได้นาน 20-30 ปี เป็นความภาคภูมิใจที่สามารถจูงลูกจูงหลานไปดูได้ตลอด

และแม้จะมีภารกิจมากมายในมือ แต่เฉลิมรัฐมองว่าชีวิตของเขาอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากจะทำ

ตอนนี้สิ่งที่ผมใฝ่ฝันอยากทำมากที่สุด ก็คือการเปิดการศึกษาขั้นสูงด้าน School of Design and Technology ในไทย แต่ก็ยังไม่รู้นะว่าจะทำได้หรือเปล่า ผอ.หนุ่ม กล่าวทิ้งท้าย

โดย หยาดพิรุณ นุตสถาปนา
http://www.bangkokbiznews.com/scitech/2003/0925/index.php?news=p7.html

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครทางโทรศัพท์ กรุณาติดต่อ
Hot Line : 02-642-1100
:: สาขา สยามสแควร์ :: สาขา เมเจอร์ รัชโยธิน :: สาขา ฟอร์จูนทาวน์ ::


:: แนะแนวการเลือกเรียน ::

:: ตัวอย่างผลงานนักเรียน ::

:: ผลงานนักเรียนดีเด่น ::

:: บทความของอาจารย์ ::

:: ความคิดเห็นของนักเรียน ::

:: องค์กรที่ส่งพนักงานมาอบรม ::

:: ภาพบรรยากาศการเรียน ::

:: กระแสความแรง NetDesign ::

:: ความคิดเห็นของสื่อมวลชน ::

:: ความร่วมมือกับ ม.รังสิต ::

Course Registration