|
ชีวิตเริ่มต้นที่ 40
วลีคุ้นหูที่หนุ่มสาววัยทำงานมักหยิบขึ้นมาใช้
แต่บุรุษหนุ่ม ผู้นี้กลับบอกว่า
ชีวิตของเขาเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30
ปีด้วยซ้ำ
เฉลิมรัฐ นาควิเชียร
ผู้อำนวยการโรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ
หรือรู้จักกันดี ในชื่อ "Net Design" นักธุรกิจน้องใหม่ที่น่าจับตา ด้วยเหตุที่สามารถ
แปลงความยาก ของคอมพิวเตอร์
กราฟฟิกให้กลายเป็นเรื่องง่ายที่ใครก็สามารถสัมผัสได้
และเขากำลัง
ก่อร่างสร้างตัวกับธุรกิจแขนงนี้ด้วยวัยเพียง 27
ปี
จบออกมาเปิดเวบไซต์อี-คอมเมิร์ซได้แน่นอน...ผมรับรอง
ผอ.หนุ่ม ดีกรีมหา บัณฑิต คณะมัณฑนศิลป์
จากรั้วศิลปากร ยิ้มอย่างเชื่อมั่น
และบอกว่าสิ่งที่ทำ ให้เน็ตดีไซน์
ได้รับความนิยมนั้น เนื่องจากเป็นสถาบันแห่งแรก
ที่ใช้แนว การเรียน การสอน แบบ จำลองการทำงานจริง
ผู้อบรมต้องเข้าใจขั้นตอนการผลิตเวบไซต์ทั้งระบบ
สามารถ วางคอนเซ็ปท์ การออกแบบได้
และยังต้องรู้เกี่ยวกับ กฎหมายการทำธุรกิจ
อีคอมเมิร์ซด้วย
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะบอกว่า
จำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจนมีแผนขยายเพิ่มอีก 3
สาขาในปีหน้า เป็นผลมาจากการ ที่ลูกค้าบอกต่อๆ
กันไป
เก็บเกี่ยวประสบการณ์
กว่าจะมาเป็นเน็ตดีไซน์ได้นั้น…ไม่ใช่เรื่องง่าย
ต้องสั่งสมความรู้และประสบการณ์มาพอสมควร
แต่โชคดีที่เฉลิมรัฐมีช่วง
จังหวะที่ดีของชีวิตเป็นทุนเสริม
เจ้าของเน็ตดีไซน์ย้อนอดีตให้ฟังว่า
ได้รับรู้ความสุดยอดของคอมพิวเตอร์ในงานกราฟฟิกดีไซน์ครั้งแรกเมื่อตอนอายุได้ราว
16 ปี
ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 2 คณะมัณฑนศิลป์
มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปขอฝึกงานที่บริษัท Remix
ditgital เป็นบริษัททำโฟโต้รีทัชชิ่ง
ซึ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วย
ยุคก่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ยังไม่มีพีซีใช้
ตอนนั้นใช้เครื่องแมคอินทอชทำงาน
พอได้สัมผัสรู้สึกเลยว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกตัวนี้จะต้องมาแรงมากๆ
ด้วยเหตุที่เขาเป็นผู้หนึ่งที่นิยมในเทคโนโลยีอยู่แล้ว
จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเรียนรู้
และยังได้นำความรู้ที่ว่ามาสร้างรายได้เสริม
ขณะเรียน จนกระทั่งเรียนจบ
ก็เริ่มทำงานกับโปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่ง
ทำได้สักระยะเขาก็คิดอยากไปเรียน School of Art
ที่สหรัฐ เพื่อหาความรู้เพิ่ม
ตอนนั้นสนใจหลายที่ครับ เลยลองขอข้อมูลไปทางอีเมล
หลังจากนั้น 2 อาทิตย์
ทางบ้านก็ได้รับหนังสือแนะนำและข้อมูลต่างๆ มากมาย
ทั้งๆ ที่แค่ส่งอีเมลไปเท่านั้น
ทำให้รู้ซึ้งเลยว่าอินเทอร์เน็ตมีพาวเวอร์มากจริงๆ
แต่เฉลิมรัฐตัดสินใจไม่เรียนต่อ
เนื่องจากได้มีโอกาสรู้จักและร่วมงานกับเพื่อนชาวฝรั่งเศสทางอินเทอร์เน็ต
ที่มาเปิดธุรกิจ รับจ้างผลิต
ชิ้นงานในรูปซีดีในไทย
จากจุดนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้ระบบจัดการและบริหารงาน
แบบอินเตอร์เนชั่นแนล
และก็มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อบริษัท ดิจิทัล
เซิร์ฟ
ชักชวนให้เขามาร่วมทำเวบไซต์ด้านอีคอมเมิร์ซ
บอกตรงๆ เลยนะว่าเป็นครั้งแรกจริงๆ
ที่ผมรู้จักกับคำว่าอีคอมเมิร์ซ ตอนนั้น
www.bangkokcenter.com
ถือเป็นเวบไซต์อีคอมเมิร์ซแรกของไทยเลยก็ว่าได้
เริ่มทำกันปลายปี 2541 ขายของดีมาก
จนกระทรวงพาณิชย์เริ่มสนใจ
และจ้างให้ทำเวบไซต์ร้านค้าออนไลน์เพื่อขายของที่ระลึกให้กับงานเอเชี่ยนเกมส์อย่างเป็นทางการ
หลังจากจบงานเอเชี่ยนเกมส์
เริ่มมีหลายบริษัทมาว่าจ้างให้ทำเวบไซต์มากขึ้น
ขณะนั้น เฉลิมรัฐพร้อมทีมงานอีก 6 คน
รับหน้าที่ออกแบบและจัดทำเวบไซต์
แต่ทำได้ไม่นานก็เริ่มเบื่อ
เพราะต้องอัพเดทข้อมูลเวบไซต์ให้ลูกค้าทุกวัน
งานอัพเดทหน้าเวบถือเป็นงานน่าเบื่อมากสำหรับพวกดีไซน์
ผมเลยคิดว่าน่าจะสอนให้เจ้าของเวบไซต์รับไปทำเองจะดีกว่า
ก็เริ่มเรียกคนของลูกค้ามาสอนวิธีอัพเดทหน้าเวบด้วยโปรแกรมฟรอนต์เพจ
97
สวมบทอาจารย์จำเป็น
เฉลิมรัฐบอกว่า
จุดนี่เองถือเป็นจุดพลิกผันของชีวิต
เพราะหลังจากสอนไปได้สักระยะ
ก็เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เขาเปิดสอนเรื่อยๆ
สอนฟรีอย่างเดียว จนไม่ต้องทำงานทำการกัน
ก็เลยคิดว่าเปิดโรงเรียนเลยดีกว่า ตอนแรกดิจิทัล
เซิร์ฟลงทุนให้ เปิดที่ฟอร์จูนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว
ไม่ได้ประชาสัมพันธ์มาก แค่ยืนแจกโบรชัวร์
แต่เสียงตอบรับดีมาก 13 รุ่นแรกเต็มภายใน 1 เดือน
อาจเป็นเพราะรุ่นแรกออกไปก็บอกต่อเรื่อยๆ
เมื่อเห็นช่องทางสร้างรายได้
เฉลิมรัฐไม่รอช้าตัดสินใจลาออกเพื่อเปิดโรงเรียนสอนเป็นของตนเอง
เริ่มต้นแห่งแรกที่ชั้น 22 ฟอร์จูนทาวน์
โดยกลุ่มลูกค้าในช่วงแรกนั้น
ส่วนใหญ่จะเป็นระดับผู้บริหาร
เนื่องจากเขาเลือกลงโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์เชิงธุรกิจ
เมื่อระดับเจ้าของบริษัทมาเรียนเอง
เห็นว่าได้ความรู้จริง ก็เลยบอกต่อๆ กันไป
และเริ่มส่งลูกน้องมาเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ
จนเน็ตดีไซน์เริ่มเป็นที่รู้จัก
แต่ไม่นานโครงสร้างตลาดเริ่มเปลี่ยน
ลูกค้ากลายเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี
และกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่อยากมีเวบไซต์เป็นของตัวเอง
เฉลิมรัฐจึงต้องปรับกลยุทธ์ใหม่
ด้วยการปรับหลักสูตรสนองตอบความต้องการของตลาด
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเวบไซต์ สิ่งพิมพ์ กราฟฟิก 3
มิติ และแอนิเมชั่น
ด้วยเหตุนี้
จึงไม่แปลกใจที่เน็ตดีไซน์จะเป็นสถาบัน
สอนกราฟฟิกดีไซน์ ที่มีลูกค้าทุกเพศทุกวัย
เข้ามาลงทะเบียนเรียน อย่างไม่ขาดสาย
และเตรียมขยายเพิ่มอีก 3 สาขาในปีหน้า นอกจาก 3
สาขาเดิมที่เปิดให้บริการอยู่
เคล็ดลับความสำเร็จ
สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จนั้น เฉลิมรัฐบอกว่า
เป็นผลมาจากการทำในสิ่งที่รักและถนัด
เพราะเมื่อรักและรู้จริง ก็จะทำให้สำเร็จได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยสัญชาตญาณ
และทำตามที่ตลาดต้องการด้วย
ปัจจุบันนอกจากเปิดโรงเรียนแล้ว
เขายังทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอี-คอมเมิร์ซ
หลายอย่าง อาทิ เวบโฮสติ้ง ดาต้าเซ็นเตอร์
และรับจดทะเบียนโดเมนเนม
อีกทั้งยังเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง
และได้รับเชิญจาก
หน่วยงานภาครัฐให้เป็นหนึ่งในกรรมการร่วมกำหนดมาตรฐานด้านเวบดีไซน์ของไทย
แต่ผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเฉลิมรัฐเป็นอย่างยิ่ง
เห็นจะเป็นงานออกแบบกราฟฟิก
สิ่งพิมพ์ภายในพิพิธภัณฑ์ หลายแห่ง เช่น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติดอนเจดีย์
และหอวัฒนธรรมเชียงใหม่ เขาเชื่อว่า งานออกแบบ
ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นชิ้นงานที่อยู่ได้นาน 20-30 ปี
เป็นความภาคภูมิใจที่สามารถจูงลูกจูงหลานไปดูได้ตลอด
และแม้จะมีภารกิจมากมายในมือ
แต่เฉลิมรัฐมองว่าชีวิตของเขาอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากจะทำ
ตอนนี้สิ่งที่ผมใฝ่ฝันอยากทำมากที่สุด
ก็คือการเปิดการศึกษาขั้นสูงด้าน School of Design
and Technology ในไทย
แต่ก็ยังไม่รู้นะว่าจะทำได้หรือเปล่า ผอ.หนุ่ม
กล่าวทิ้งท้าย
โดย หยาดพิรุณ นุตสถาปนา
http://www.bangkokbiznews.com/scitech/2003/0925/index.php?news=p7.html
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครทางโทรศัพท์ กรุณาติดต่อ
Hot Line : 02-642-1100
:: สาขา สยามสแควร์ :: สาขา เมเจอร์ รัชโยธิน :: สาขา ฟอร์จูนทาวน์ ::
|