ควันหลงจากเวทีประกวด TFB e-GIRLS ของธนาคารกสิกรไทย

ควันหลงจากเวทีประกวด TFB e-GIRLS ของธนาคารกสิกรไทย อาจก่อให้เกิดวิวาทะเล็กๆ น้อยๆ ในประเด็นคุณค่าของผู้หญิงในโลกธุรกิจ แต่การตอบคำถามผ่านเรียวปาก… ศลิษา เอี่ยมมะโนชญ์ หรือ หยิงหยิง (แปลว่า ‘ลูกแก้วแพรวพราว’) ที่เป็น1 ใน 8 สาวพราวเสน่ห์ของกสิกรไทย คงทำให้คนไทยส่วนใหญ่รักเธอมากขึ้น

หยิงหยิง วัย 25 ปี เป็นลูกครึ่งจีน-ไต้หวัน แต่มาเติบโตในเมืองไทย

หยิงหยิง จบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, ประกาศนียบัตรด้านการออกแบบ Web Site ที่ Netdesign

หยิงหยิง เคยร่วมกิจกรรมในพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13. นางนพมาศ และพิธีกรในมหาวิทยาลัย

หยิงหยิง เป็นอะไรที่มากไปกว่าอี-เกิร์ลส์ หรือพรีเซ็นเตอร์ธนาคารแน่นอน ลองสัมผัสความคิดความอ่านเธอสักนิด จะรู้ว่าชีวิตไม่ได้มีแค่การประกวดความสวยความงาม

นับจากวันนี้ ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร

สำหรับชีวิตส่วนตัว ยังเหมือนเดิม แต่ถ้าต้องอกไปสู่สาธารณชน ก็ต้องเปลี่ยน เพราะเวลานี้เราเป็นตัวแทนของธนาคารกสิกรไทย ภาพพจน์ต้องดี ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะให้บริการแก่ลูกค้าตลอดเวลา ส่วนงานอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของแบงก์ก็ยังทำอยู่

ก่อนที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบงก์ ทำงานอิสระเป็นนักออกแบบและสร้างเวบไซต์อยู่ พอเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขาธุรกิจภาษาอังกฤษ ก็เข้าทำงานที่บริษัท Sinulir Knight Mer 2INULIR ในตำแหน่งผู้ประสานงานการตลาด ทำอยู่ประมาณ 1 ปี ก็ ออกมาทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ที่บริษัท BMW ในระหว่างทำงานมีความสนใจทางด้านคอมพิวเตอร์เล่นอินเทอร์เน็ตทุกวัน ก็เกิดความสนใจอยากสร้างเวบไซต์เลยตัดสินใจไปเรียนเวบไซต์ดีไซเนอร์ที่ Net Design Center จนจบหลักสูตรได้ใบประกาศนียบัตร สามารถออกแบบและสร้างเวบไซต์เองได้ ก็เริ่มรับงาน ทำได้ประมาณ 2-3 เดือน มีลูกค้าสนใจติดต่อเข้ามาเยอะ เพราะเราคิดราคาไม่แพง อัตราบริการอยู่ที่ 3-4 หมื่นบาท ขณะที่บางบริษัทคิดเป็นหน้าๆ ละ 500 บาท เป็นงานอิสระที่ทำแล้วมีความสุข

การโปรโมทสินค้าผ่านเวบไซต์ในปัจจุบัน มีคนสนใจมาก เพราะต้นทุนต่ำ แต่ผลตอบแทนสูงสุด เมื่อเทียบกับการทำแอดโฆษณาทางโทรทัศน์ ซึ่งผลิตครั้งหนึ่งเป็นแสน แต่โปรโมททางเวบไซต์ ใช้เงินลงทุนเพียง 3-4 หมื่นบาท สามารถที่จะอยู่ได้ตลอด เป็นสื่อที่กว้างกว่าทุกสื่อ และสามารถให้บริการได้ทั่วโลก ขั้นตอนในการผลิตก็ไม่ยุ่งยาก เพียงลูกค้าบอกคอนเซ็ปต์มาว่า ต้องการรูปแบบไหน หน้าตาหรือสี อย่างไร ตรงนี้สำคัญมาก

วัยรุ่นส่วนใหญ่กำลังเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต

ใช่..วัยรุ่นแทนที่จะเอาเวลาไปชอปปิ้ง ก็ควรจะใช้เวลาเล่นอินเทอร์เน็ตดีกว่า บางคนสามารถเรียนรู้ได้ถึงขึ้นทำเวบไซต์ได้ เพราะวัยรุ่นจะมีความคิดดีๆ และแปลกใหม่อยู่เสมอ ซึ่งตรงนี้สามารถทำรายได้ดีพอสมควร ถ้าเรามีความคิดแปลกใหม่บนโลกอินเทอร์เน็ต อย่างเช่น สนุกดอทคอม ที่ขายให้กับเอ็มเวบก็ยังขายเป็นล้านเลย…แทนที่วัยรุ่นจะปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ น่าจะหันมาใช้ประโยชน์กับการเล่นอินเทอร์เน็ตจะดีกว่า

จะเป็นการครอบงำหรือเปล่า

หากคนเล่นรู้จักเลือกใช้ให้เป็นประโยชน์ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากกว่า อย่างกรณีที่มีเด็กวัยรุ่นเปิดเข้าไปดูเวบที่ไม่ดี ก็เป็นธรรมดา ถึงไม่มีอินเทอร์เน็ตเขาก็สามารถดูได้จากสื่ออื่น ๆ เหมือนกัน ไม่คิดว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นสื่อทำร้ายหรือครอบงำตรงไหน หากเราเลือกใช้เป็น

ในทางกลับกัน คิดว่า ข้อดีมีมากกว่า เพราะอินเทอร์เน็ตทำให้วัยรุ่นมีการตื่นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษา ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากในมหาวิทยาลัยมีการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้ แต่อยากเตือนให้ระวังเรื่องสายตา เพราะเวลาเล่นส่วนใหญ่จะติด และเพ่งจอเป็นเวลานาน ๆ ทางที่ดีควรบริหารเวลาด้วย ไม่ใช่คร่ำหวอดอยู่กับอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว ยังมีสื่ออื่น ๆ ให้ค้นหาอีกมาก

ในสายตาคนที่เคยใช้ชีวิตในต่างแดน.. มองวัยรุ่นไทยวันนี้

เด็กวัยรุ่นไทยยุคนี้ ทันสมัย กล้าคิด และยอมรับในสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ควรอยู่ในความพอเหมาะพอดี ถึงแม้จะมีอิสระในการแต่งตัว แต่ก็ควรอยู่ในกรอบของความเป็นผู้หญิงไทย และอย่าละเลยวัฒนธรรมไทย คือ มีความสุขกับการแต่งตัวมีความสุขกับการพบปะเพื่อน ๆ ได้ แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนด้วย เพราะสมัยนี้บริษัทจัดหางานหรือบริษัทใหญ่ เขาก็ต้องการคนที่มีความรู้ ความสามารถ ถ้าไม่ตั้งใจเรียน พอจบจากมหาวิทยาลัย จะหางานยาก ตรงนี้เป็นปัญหาสำคัญ แต่ถ้าเรามีความรู้ทั้งภาษา คอมพิวเตอร์ มีความทันสมัย และมีความเป็นผู้นำ ตรงนี้จะทำให้เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น ๆ

มองจากตัวเองเป็นหลัก คือเป็นคนที่ค่อนข้างกระตือรือร้น ชอบหาความรู้อะไรใหม่ ๆ เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง อยากเป็นผู้นำ คือเป็นผู้หญิงแถวหน้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วที่บ้านจะสอนให้ทำอะไรด้วยตนเอง คิดเอง ทำเอง ไม่ตีกรอบให้ แต่จะนำพาไปในสิ่งที่ดี ๆ เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวเรา ว่าไม่เกเร มีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาพ่อ-แม่ ทุกเรื่อง ทำให้เราได้ข้อคิดดี ๆ ในการดำเนินชีวิตเยอะ..

ทางออกสำหรับวัยรุ่น ควรเป็นอย่างไร

อยากบอกคนที่ท้อแท้ โดยเฉพาะวัยรุ่นว่า ชีวิตคนเราทำยังไงก็ต้องมีปัญหา แต่พอเราผ่านจุดนั้นไปได้จะเห็นว่ามันเป็นปัญหาเล็ก อย่าคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่และถ้าคิดไม่ได้ ขอแนะนำให้ปรึกษาครอบครัว แต่ถ้าไม่อยากให้ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดรู้ ให้ใช้วิธีโทรศัพท์ออนไลน์.. โทรปรึกษาปัญหาที่อึดอัดในใจได้ เพราะเข้าไม่รู้จักเรา คนที่มีปัญหา บางครั้งต้องการที่ระบาย ทำให้รู้สึกดีขึ้น โดยเฉพาะน้อง ๆ วัยรุ่นที่หาทางออกไม่ได้ ก็คิดฆ่าตัวตาย ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา

อย่าหนีปัญหา เพราะยิ่งหนี ปัญหายิ่งตามมา แทนที่เราจะเสียเวลาในการหนีปัญหา เราใช้เวลาตรงนี้สู้กับปัญหาดีกว่า เพราะถ้ามันผ่านไป เราก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต

วัยรุ่นกับเซ็นเตอร์พอยต์ล่ะ

เท่าที่ไปสัมผัสมา มีความรู้สึกว่าเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัย และในยุคนี้ก็เช่นกัน วัยรุ่นส่วนใหญ่จะมาจับกลุ่มคุยกัน อยู่ด้วยกันกระจายไปทั่วสยามสแควร์และเซ็นเตอร์พอยต์ มาแต่งตัวทันสมัยแข่งกัน มาชอปปิ้งด้วยกัน ซึ่งก็ดูน่ารักดี แต่ไม่ควรจะโดดเรียนไป ควรไปวันหยุด คือวันเสาร์-อาทิตย์ อยากไปเจอเพื่อน อยากแต่งตัวอะไรแบบนั้นก็ไป เพราะการแต่งตัวและการได้ไปชอปปิ้งกับเพื่อน เป็นความสุขของวัยรุ่นอย่างหนึ่ง

หากมีโอกาส อยากบอกพวกเขาอย่างไร

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ในวันนี้พยายามคิดถึงว่า คุณทำให้ดีที่สุด เพราะว่าบางอย่างที่ทำผิดพลาดไป มันอาจจะส่งผลกระทบในภายภาคหน้า เพราะฉะนั้น อยากให้เด็กวัยรุ่นหันมาสนใจในด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจบ้าง เพื่อจะได้ช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญ

อยากให้พูดถึงการศึกษาไทย

ไม่ทราบว่าโรงเรียนไทยสอนอย่างไร เพราะเรียนโรงเรียนนานาชาติมาตลอด แต่เท่าที่รู้ ประเทศไทยโอกาสที่คนจะได้ศึกษา มีน้อยมาก และหลักสูตรการเรียนการสอนของไทย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชน ส่วนใหญ่เน้นที่การท่องจำมากกว่าภาคปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้เด็กจะจำได้ง่าย แต่ก็ลืมง่ายเหมือนกัน แต่ถ้าเน้นภาคปฏิบัติบ่อย ๆ จะทำให้เด็กจำได้โดยธรรมชาติ ต่อให้เราไม่ได้ทำมาสิบปี พอมาทำใหม่ ก็ง่ายในการฟื้นความจำ

อย่างตนเองตอนเรียนอยู่ที่อเมริกา มีวิชาที่เรียนเกี่ยวกับการเงิน ที่ต้องมีการทำธุรกรรมทางการเงิน เกี่ยวกับการทำเช็คและสมุดเงินฝาก ขั้นตอนจะเหมือนกับบริการของธนาคารทุกอย่าง ตรงนี้เราสามารถทำได้ เพราะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ๆ ซึ่งหากสถาบันการศึกษาไทยทำได้อย่างนี้ จะทำให้เด็กพัฒนามากขึ้น

ที่สำคัญ คนที่ไม่มีโอกาสศึกษา มีเยอะมาก ก็อยากให้รัฐบาลช่วยดูแลตรงนี้ด้วย เพราะบางครั้งเด็กที่มีความสามารถในการศึกษา แต่เขาไม่มีเงินเพียงพอในการเล่าเรียน ตรงนี้ก็น่าเสียดาย เพราะหากเด็กคนนี้เป็นคนเก่ง และมีความขยัน เขาอาจจะเป็นกำลังของชาติในการที่จะนำสิ่งดีเกี่ยวกับเมืองไทยไปสู่ต่างประเทศ ให้รู้ว่าคนไทยมีความสามารถ คือให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาสในทางการศึกษาด้วย

ปรัชญาในการดำเนินชีวิต..

พยายามทำดีที่สุด ไม่ว่าจะทำอะไร คือ ถ้าเราคิดดี เราก็ได้ในสิ่งที่ดี ไม่ได้บอกให้มองโลกในแง่ดีมากเกินไป แต่ว่าพยายามคิดดี และคิดว่าตัวเองทำได้แล้วมันจะออกมาดี คือ Change Threat To Opportunity หรือ เปลี่ยนแปลงอุปสรรคเป็นโอกาส บางทีเรามองว่าสิ่งนั้นไม่ดี ทำให้ไม่มีใครอยากทำ เพราะทุกคนคิดว่าไม่ดี แต่ถ้าเราลองทำดู อาจจะดีก็ได้ อยากการทำธุรกิจ เป็นต้น ถ้าคนอื่นไม่กล้า แต่ถ้าเรากล้า ก็ไม่มีคู่แข่ง ก็เลยมีความคิดว่าในอนาคตตัวเองเหมาะที่จะเป็นเจ้าของกิจการมากกว่า เพราะชอบเป็นผู้นำ

วางแผนไว้ว่าในอนาคตถ้ามีเงินทุนพอจะซื้อแฟรนไชส์ต่างประเทศที่เป็นสินค้าแปลกใหม่ และในเมืองไทยยังไม่มี มาบริหารเอง หรืออาจจะเปิดร้านขายอาหารอิตาเลียน เพราะเป็นคนชอบทางอาหารอิตาเลียน หรือเปิดร้านขายขนมเค้ก เป็นต้น คิดว่าถ้ามีโอกาส อยากทำธุรกิจทางด้านนี้มาก คิดว่าตัวเองจะทำได้ดี เพราะจากประสบการณ์และความรู้ที่เราร่ำเรียนมา คือเป็นคนที่ชอบอะไรเกี่ยวกับการตลาด การบริหาร และเทคโนโลยีใหม่ ที่น่าสนใจ

เวลาส่วนใหญ่ จะหมดไปกับการเข้าคอร์สอบรมในงานสัมมนาต่าง ๆ คือ หลังเลิกงาน ก็จะไปร่วมสัมมนาต่าง ๆ อาทิ เข้าร่วมสัมมนาอี-คอมเมิร์ซ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเอสเอ็มอี ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนเวลาที่เหลือก็จะหมดไปกับการเล่นอินเทอร์เน็ต

เป็นลูกครึ่งจีน-ไต้หวัน แต่ทำไมดูเป็นผู้หญิงไทยจังเลย

ไม่ทราบเหมือนกันเพราะตอนเด็ก ๆ ก็เรียนโรงเรียนนานาชาติมาตลอด พอจบก็เข้ามหาวิทยาลัย คือ คลุกคลีอยู่กับกลุ่มเด็กนานาชาติที่มีเด็กไทยน้อยมาก และที่บ้านทั้งคุณพ่อ-แม่จะเป็นจีนมากเลย ญาติพี่น้องก็เป็นจีนกลางทั้งนั้น แต่ด้วยความรู้สึก เราสำนึกเสมอว่า “ฉันเป็นคนไทย” และเราควรจะทำอย่างนั้นมากกว่าคือเป็นด้วยตัวเอง ชื่นชอบอะไรที่เป็นไทย ๆ เพราะดูงดงามและอ่อนช้อย คนไทยพูดจาไพเราะ โอบอ้อมอารี มีน้ำใจช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรม ประเทศอื่นไม่มี แหล่งท่องเที่ยวก็งดงาม จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ไปไต้หวันบ่อย คนที่นั้นจะพูดเร็ว ทำอะไรเร็ว ชีวิตมีแต่ความต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความจริงแล้วทั้งไทยและไต้หวัน ก็มีความเป็นเอเชียเหมือนกัน แต่กลับมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันชัดเจนมาก

เงินรางวัลที่ได้มา จะเอาไปทำอะไร

เงินรางวัลที่ได้มา 1 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมอบให้ คุณ พ่อ-แม่ และส่วนหนึ่งแบ่งให้น้องสาวเป็นทุนการศึกษาเพราะกำลังทำปริญญาโทอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ส่วนที่เหลือเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากประจำ และอีกส่วนหนึ่งนำไปทำบุญบริจาคให้กับมูลนิธิฉือจี ซึ่งเป็นมูลนิธิคนไต้หวันในประเทศไทย อยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก

มูลนิธิฉือจี ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาส เน้นให้การช่วยเหลือทางด้านฟื้นฟูจิตใจและสิ่งของที่จำเป็น เพื่อให้เขามีโอกาสต่อสู้ต่อไปในสังคม เข้าไปดูแลและช่วยเหลือเด็กในชุมชนสลัม บ้านพักคนชรา หรือช่วยเหลือคนพิการ รวมทั้งส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กชาวเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ ของเราไม่เน้นให้เงินหรือให้อาหารอย่างเดียว แต่เน้นให้ความรักความอบอุ่น โดยการพูดคุย รับฟังปัญหา ให้ความบันเทิงด้วยการร้องเพลงให้กำลังใจ เพื่อให้เขามีกำลังต่อสู้ชีวิตต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครทางโทรศัพท์ กรุณาติดต่อ
Hot Line : 02-642-1100
:: สาขา สยามสแควร์ :: สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว ::
:: สาขา โลตัส บางกะปิ :: สาขา ฟอร์จูนทาวน์ ::
:: สาขา ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต :: สาขา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ::
:: สาขา เดอะมอลล์ บางแค :: สาขา เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ::
:: สาขา สยามพารากอน :

:: แนะแนวการเลือกเรียน ::

:: ตัวอย่างผลงานนักเรียน ::

:: ผลงานนักเรียนดีเด่น ::

:: บทความของอาจารย์ ::

:: ความคิดเห็นของนักเรียน ::

:: องค์กรที่ส่งพนักงานมาอบรม ::

:: ภาพบรรยากาศการเรียน ::

:: กระแสความแรง NetDesign ::

:: ความคิดเห็นของสื่อมวลชน ::

:: ความร่วมมือกับ ม.รังสิต ::

Course Registration