เน็ตดีไซน์รับอานิสงส์กระแสอินเตอร์เน็ตเฟื่อง นักเรียนล้นห้อง
ขยายสาขาเพิ่มพร้อมเปิดอีก 3 หลักสูตร
ด้านการตัดต่อภาพกราฟิก
วางแผนพัฒนาหลักสูตรยาวถึงยกระดับเป็นวิทยาลัย
นายเฉลิมรัฐ นาควิเชียร ผู้อำนวยการ
โรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ (เน็ตดีไซน์)
เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า
โรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบกำลังจะเปิดสาขาเพิ่มอีก
1 แห่ง ที่เมเจอร์รัชโยธิน เป็นโรงเรียนขนาด
2
ห้องเรียน สามารถรองรับนักเรียน ได้ประมาณเดือนละ
300-400 คน
เนื่องจากสถานที่ที่มีอยู่ในขณะนี้เริ่มคับแคบไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องราว
30%
สาเหตุที่มีผู้สนใจเรื่องการออกแบบเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น
ตนมองว่ามีปัจจัยสำคัญมากจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้อิน เตอร์เน็ตและการตื่นตัวของภาคการศึกษาที่นำเอาอินเตอร์เน็ตไปใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้น
นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้เพิ่มหลักสูตรเกี่ยวกับการตัดต่อภาพกราฟิกขึ้นมาอีก
3 หลักสูตร คือ Maya 4 (intensive)
เป็นการเรียนด้านสร้างภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ
โดยใช้โปรแกรม Maya Version 4
ซึ่งเป็นโปรแกรมที่นิยมใช้กันมากที่สุดในธุรกิจภาพยนตร์ในและต่าง
ประเทศ นอกจาก Maya จะสามารถสร้างงานเคลื่อนไหว (Animation)
แล้ว Maya
ยังสามารถใช้ในงานออกแบบสถาปัตยกรรมตกแต่งภายในและการออกแบบผลิตภัณฑ์
สำหรับหลักสูตร After Affect 5.5
เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างเทคนิคพิเศษในภาพยนตร์
(Visual Effect Designer) จากโปรแกรม Adobe After
Effect 5.5 เพื่อใช้ในการสร้างภาพเคลื่อนไหว
การจัดองค์ประกอบ
ซึ่งเป็นโปรแกรมมาตรฐานและเป็นที่นิยมมากที่สุด
เนื้อหาครอบคลุมถึงการทดลองจัดองค์ประกอบภาพเคลื่อนไหวทั้งแบบ
2 มิติ และ 3 มิติ การตัดต่อภาพยนตร์ การใส่เสียง
รวมถึงการสร้างเทคนิคพิเศษด้วย Plug-in เสริมแบบต่างๆ
เช่นเดียวกับภาพ ยนตร์ Hollywood
เพื่อนำไปใช้ในการทำงานจริงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์,
Video, Multimedia และบน Web site
สุดท้ายเป็นหลักสูตรการสัมมนาด้านเว็บดีไซน์ที่จะนำผู้เรียนเข้าร่วมงานสัมมนาเว็บดีไซน์ระดับโลกที่ประเทศ
สิงคโปร์
เพื่อให้ผู้สนใจได้เห็นทิศทางของการออกแบบเว็บไซต์และงานคอมพิวเตอร์กราฟิกระดับโลก
สำหรับแผนการดำเนินงานของโรงเรียนในปีนี้
จะมุ่งเน้นที่การพัฒนาหลักสูตรเป็นหลักและจะลดบทบาททางการตลาดลงมา
เนื่องจากมองเห็นว่าตอนนี้คนกลุ่มใหญ่เริ่มรู้จักเน็ตดีไซน์
แล้ว ผู้ที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่ตัดสินใจมาเรียน
โดยรู้มาจากการบอกต่อและกว่า 50%
ของนักเรียนทั้งหมดสมัครเรียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
ทั้งนี้เรื่องการพัฒนาหลักสูตรนั้น
โดยปกติมีการทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในตลาด
กล่าวคือ ทันทีที่มีโปรแกรมเวอร์ชันใหม่ออกมา
ก็จะปรับเนื้อหาการสอนให้ครอบคลุมทันที
แต่การพัฒนาหลักสูตรที่จะทำต่อไปนี้จะมองยาวถึงการเป็นฐานในการยกระดับตัวเองเป็นสถาบันการศึกษาระดับวิทยาลัยให้ได้ภายใน
10 ปีต่อไป จากนี้