สถาบัน "เน็ตดีไซน์" วางแผน 10 ปี
ยกระดับเป็นมหาวิทยาลัย หลังปูพรมจับมือ
ม.รังสิตยกระดับใบรับรองการศึกษาศึกษาต่อปริญญาโท
พร้อมพัฒนาหลักสูตร ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ชี้นโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนไอทีส่งผลให้ธุรกิจโต 100%
ขณะที่แผนขยายสถาบันในต่างประเทศต้องหยุดชะงัก
เนื่องจากภาวะโรคซาร์สผนวกกับเศรษฐกิจต่างชาติชะลอตัว
นายเฉลิมรัฐ นาควิเชียร ผู้อำนวยการ
โรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ
(ในการควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ) หรือ เน็ตดีไซน์
เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้เน็ตดีไซน์ได้วางนโยบายอีกประมาณ
10 ปีสถาบันการศึกษาเน็ตดีไซน์จะพัฒนา
ศักยภาพให้เทียบเท่ากับสถาบันการศึกษา
ในระดับมหาวิทยาลัยของประเทศ ปัจจุบัน สถาบันเน็ตดีไซน์ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย
รังสิตในการมอบทุนการศึกษาต่อในระดับ
ปริญญาโทในมหาวิทยาลัยรังสิตให้กับผู้ที่
จบการศึกษาจากสถาบันเน็ตดีไซน์ โดยผู้
เข้าศึกษาต่อจะได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิตร้อยละ
15 ของหน่วยกิตที่ลงทะเบียนตลอดหลักสูตรการศึกษา
และยังมี การเจรจากับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
เพื่อเพิ่มคุณภาพใบรับรองการศึกษาให้ผู้ที่จบหลักสูตรสามารถที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศได้
พร้อมกับมีการเจรจากับสถาบันสอนการออกแบบ NIHON
DESIGNER GAKUIN
ซึ่งเป็นสถาบันสอนการออกแบบที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว
ของประเทศญี่ปุ่นที่เปิดสอนมาประมาณ 40 ปี
ในการทำโครงการการแลกเปลี่ยนนักศึกษา
เพื่อเรียนรู้เทคนิคด้านการออกแบบระหว่าง 2
สถาบันร่วมกัน
อย่างไรก็ตามจากการที่รัฐบาลไทยมีนโยบาลสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศภาย
ในประเทศ พร้อมกับสถาบันเน็ตดีไซน์มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งปัจจุบันสถาบันเน็ตดีไซน์ได้เพิ่มหลักสูตรสาขาวิชาการพัฒนาเว็บและเน็ตเวิร์ก
แอพพลิเคชัน (รูปแบบบริการ)
ชั้นสูงด้วยระบบซอฟต์แวร์จาวา
และการพัฒนาโปรแกรมเกมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่จากที่เปิดสอนสาขาการออกแบบกราฟิก
และมัลติมีเดีย, สาขาเฉพาะกิจ
(จัดการอบรมเป็นกรณีพิเศษ),
สาขาการพัฒนาโปรแกรมและฐานข้อมูล,
สาขาด้านภาพเคลื่อนไหวและกราฟิก 3 มิติ
อีกทั้งเปิดบริการรับสมัครเรียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
ส่งผลให้มีผู้สนใจสมัครเรียนกับสถาบันเน็ต
ดีไซน์เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 100
เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าปี 2547 ธุรกิจของ
สถาบันจะโตได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 100 แน่นอน
เนื่องจากในอนาคตตลาดการออกแบบกรา-ฟิกดีไซน์จะมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก
ดังนั้นสถาบันเน็ตดีไซน์จึงมีแผนที่จะขยายสาขาใน ปี
2547 ในพื้นที่เขตปิ่นเกล้า, ลาดพร้าว, ปากเกร็ด
เพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น
และจะทดลองเปิดสาขาต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดเชียงใหม่
ส่วนในจังหวัดอื่นๆ จะยังไม่มีการขยายสาขา
เพราะอาจส่งผลให้หลักสูตรการเรียนการสอนไม่ได้มาตรฐานอย่างเช่นในปัจจุบัน
และสถาบันเน็ตดีไซน์ก็ไม่มีนโยบายขายแฟรนไชส์ให้ตัวแทน
สำหรับแผนการทำตลาดในปี 2547 สถาบันเน็ตดีไซน์จะเน้นการดูแลฐานลูกค้าเก่าด้วยการจัดการเรียนให้ผู้เรียนมีคอนเนกชัน
เนื่องจากลูกค้าร้อยละ 60
เป็นลูกค้าที่เรียนในหลักสูตรต่อเนื่องกับสถาบันเน็ตดีไซน์
พร้อมกับ
จะมีการเพิ่มเนื้อหาการเรียนการสอนให้ครอบคลุมทุกสาขาในด้านเทคโนโลยี
เช่น ในด้านการรักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย, เปิดคอร์สแอดวานซ์
ดีไซน์ คือสอนการสร้าง แบรนด์บนระบบอินเตอร์เน็ต
เป็นต้น และจะ
มีการพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของต่างประเทศ
เพื่อเพิ่มคุณภาพใบรับรองการศึกษาให้มากขึ้น
และมีการกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานของคนไทยในด้านการออกแบบดีไซน์
พร้อมกับจะพัฒนาหลักสูตรให้ผู้เรียนรู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของสถาบันจะเป็นกลุ่มคนที่สนใจในด้านเทคโนโลยี
ซึ่งปัจจุบันสถาบันมีกลุ่มลูกค้าอายุตั้งแต่ 10-67 ปี
ส่วนใหญ่เป็นคนที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
ดังนั้นสถาบันจึงไม่เน้นที่จะขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด
เพราะอาจส่งผลให้หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานอย่างที่กำหนด
และอาจไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร
นอกจากนี้แล้ว นายเฉลิมรัฐ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า
จากการที่สถาบันเน็ตดีไซน์เคยมีโครงการขยายสาขาไปยังประเทศสิงคโปร์
ปัจจุบันต้องชะลอโครงการไว้ก่อน เนื่องจากช่วง
ที่ผ่านมาสถานการณ์โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง
หรือซาร์สระบาดส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศสิงคโปร์ต้องหยุดชะงัก
อีกทั้ง เทคโนโลยีทางด้านออกแบบดีไซน์ของประเทศ
สิงคโปร์ยังมีความล่าช้ากว่าประเทศไทยมาก
นายเฉลิมรัฐกล่าว
าข้อมูลจาก
http://203.107.133.147/than2000/1840/t303.htm