|
แม้ว่าการเติบโตของธุรกิจดอตคอมในเมืองไทยยัง
อยู่ในภาวะเริ่มต้น ในขณะที่ในต่างประเทศอยู่ในภาวะตกท้องช้าง
แต่มีโรงเรียนสอนการจัดทำเว็บไซต์อยู่แห่งหนึ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
โรงเรียนดังกล่าวคือ
โรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบหรือที่เรียกกันจนติดปากของเหล่านักเรียนว่า
NetDesign เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่เปิดขึ้นมาพร้อมๆ
กับความตื่นตัวทางด้านอินเทอร์เน็ตของคนไทยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่ทำให้ NetDesign เป็นที่น่าสนใจคือ
การได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดอบรมการจัดการเว็บไซต์ให้กับบริษัทชั้นนำของประเทศไทยหลายราย
อาทิ บริษัทเทเลคอมเอเซียฯ, บริษัททีทีแอนด์ทีฯ, บริษัทออราเคิล
ซิสเต็ม ประเทศไทยฯ และบริษัท เอ็มเว็บ ประเทศไทยฯ เป็นต้น
"ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ
นายเฉลิมรัฐ นาควิเชียร
ผู้อำนวยการโรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ
กล่าวถึงโรงเรียนดังกล่าว
ที่มาของโรงเรียนอินเตอร์เน็ตและการออกแบบ
จะว่ามาจากความต้องการของลูกค้าก็ว่าได้
เริ่มจากเราให้บริการพัฒนาเว็บไซต์ให้กับบริษัทต่างๆ ก่อน
ต่อมาบริษัทที่เป็นลูกค้าของเราต้องการให้พนักงานสามารถอัพเดตข้อมูลเว็บไซต์ด้วยตนเอง
จึงเริ่มจัดอบรมแบบไม่เป็นทางการตั้งแต่ปี 2539
บริษัทที่จัดอบรมให้ คือ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยฯ
จนกระทั่งเดือนตุลาคม 2541 ได้จัดอบรมโครงการ learn and create
together in cyber world
ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
(เนคเทค)
เป็นการให้ความรู้ทางด้านออกแบบเว็บไซต์ให้กับนักศึกษา
และอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศราว 150 คน
ผลจากการอบรมครั้งนั้นได้รับการตอบกลับที่ดี
จึงตัดสินใจเปิดเป็นโรงเรียนสอนอย่างเป็นทางการ
จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 3 ปี
มีนักเรียนเรียนจบหลักสูตรแล้วกว่า 6,000
คน มีนักเรียนเฉลี่ยเดือนละ 300-400 คน
ตอนนี้ลักษณะของกลุ่มผู้เรียนเป็นอย่างไรบ้าง
หากแบ่งตามลักษณะอาชีพจะพบว่า
เป็นพนักงานบริษัทเอกชน 45%,
เจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับสูง 30%,
ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ 15% และนักศึกษาและผู้ว่างงาน
10% ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงจากที่ผ่านมามากนัก
ที่เปลี่ยนไปคงเป็นจุดประสงค์ในการมาเรียนมากกว่า ในช่วง1-2
ปีที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มาเรียนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจเดิมของตนหรือมาเรียนเพราะบริษัทส่งมา
แต่ตอนนี้คนมาเรียนเพราะต้องการไปประกอบอาชีพทางด้านการออกแบบเว็บไซต์มากขึ้น
มีผู้ประกอบการหลายคนมาเรียนแล้วหันไปทำ
ธุรกิจทางด้านการออกแบบเว็บไซต์เป็นรายได้เสริม
หมายความว่าช่วงแรกๆ ที่เปิดสอน
นักเรียน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่บริษัทส่งมาเรียน
ครับ
ตอนนั้นบริษัทเอกชนรายใหญ่ส่วนมากเขาเริ่มเล็งเห็นแล้วว่า
อินเทอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทในธุรกิจได้อย่างไร
ก็ส่งคนมาเรียนเพื่อไปพัฒนาเว็บไซต์ให้บริษัท
นักเรียนกลุ่มแรกๆ ก็มาจากฐานลูกค้าเก่าที่เราเคยไปทำ
เว็บไซต์ให้ จากนั้นก็ค่อยๆ บอกต่อปากต่อปากไปเรื่อยๆ เช่น
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, บริษัทไทยน้ำทิพย์ฯ,
บริษัทสหพัฒนพิบูลฯ, บริษัทเทเลคอมเอเซียฯ, บริษัท ทีทีแอนด์ทีฯ,
บริษัทออราเคิล ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย)ฯ และบริษัทเอ็มเว็บ
(ประเทศไทย)ฯ เป็นต้น เรียกว่าบริษัท 10
อันดับแรกของตลาดหลักทรัพย์ฯต่างเป็นลูกค้าของเราทั้งสิ้น
นอกจากเรื่องธุรกิจแล้วมองว่าทำไม
จึงสนใจการทำเว็บไซต์
ส่วนใหญ่คนมักมองว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่ช่วยในการทำธุรกิจ
เป็นเรื่องของผู้ประกอบการในการขยายตลาด
สู่ต่างประเทศทำเว็บไซต์เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินการ
ตอนนี้อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นพฤติกรรมการใช้ก็เปลี่ยนไปเป็นเพียงผู้ใช้ทั่วไปที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงและใช้ในการติดต่อสื่อสาร
ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการทำเว็บไซต์ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ใช่เพื่อธุรกิจแต่เป็นเว็บไซต์เพื่อการประชาสัมพันธ์
ที่อาจจะเอื้อต่อการทำธุรกิจได้ในบางส่วน
ผมมองว่าทุกคนมีเรื่องจะต้องประชาสัมพันธ์นะ
ทุกคนอยากพูดอยากแสดงออก
แต่ในอดีตเราไม่มีสื่อที่เปิดกว้างขนาดนี้
ตอนนี้เรามีอินเทอร์เน็ตแล้วและคนก็เริ่มตื่น
ตัวหันมาใช้กันมากขึ้น
คิดว่าจำนวนคนทำเว็บไซต์เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกับจำนวนผู้ใช้อิน
เทอร์เน็ต
ความแตกต่างของ NetDesign จากสถาบันอื่น
อย่างแรกเลยคงเป็นตัวอาจารย์ผู้สอน
ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในสายวิชานั้นๆ
มาแล้วทั้งสิ้น เช่น อาจารย์ผู้สอน
หลักสูตรเว็บดีไซน์จะเป็นเว็บมาสเตอร์
ทำงานในบริษัทเว็บดีไซน์ชั้นนำหรือหลักสูตร ทางด้าน 3D
Animation ผู้สอนก็จะเป็น 3D Animator จากบริษัทโฆษณาชื่อดัง
ทำให้มีความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานจริงทุกหลักสูตรจะรับนักเรียนเพียงห้องละ
14 คน มีอาจารย์และผู้ช่วยสอนคอยดูแล
สอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กัน
นอกจากนั้นในหลักสูตรเว็บดีไซน์ผู้เรียนจะมีพื้นที่ขนาด 20 MB
สำหรับทดลองทำเว็บไซต์และอัพโหลดขึ้นใช้งานจริง
ขณะที่การเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาในระบบมุ่งเน้นที่ภาคทฤษฎี
ส่วนโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ก็มุ่งที่การปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี
มีแผนขยายกิจการอย่างไร
การขยายกิจการจะใช้วิธีการร่วมลงทุนกับผู้ที่สนใจ
จะไม่ใช้ระบบการขายแฟรนไชส์เพราะมองว่าธุรกิจการศึกษาต้องมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างเต็มที่
อีกทั้งเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหากเป็นการขาย
แฟรนไชส์เราไม่อาจแน่ใจได้ว่าจะมีการอัพเดตเทคโนโลยีได้ในเวลาที่เราต้องการ
ตอนนี้ก็ได้เปิด NetDesign สาขาที่ 2
ไปแล้วที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2
ก็ปรากฎว่า ได้รับการตอบรับอย่างดี มีนักเรียนเฉลี่ยนเดือนละ
200-300 คน นอกจากนั้นยังได้เปิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการ ทำ
อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งบางส่วนก็ได้เริ่มให้บริการบ้างแล้วคือ
เว็บโฮสติ้ง, ดาต้าเซ็นเตอร์ และ จดทะเบียนโดเมนเนม
ด้านแผนงานต่อไปจะเปิดให้บริการรับให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ทราบว่ามีการลงทะเบียนเรียนทางอินเทอร์เน็ตด้วย
ใช่ครับ
อันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดถึงการนำเอาอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ
ตอนนี้นักเรียนของเราประมาณ 50%
สมัครเข้าเรียนผ่านทางอินเทอร์เน็ต
เมื่อมีผู้สนใจเข้ามาในเว็บไซต์ของเรา
อ่านหลักสูตรแล้วเกิดความสนใจก็สามารถสมัครเรียนได้เลย
เพราะในระหว่างที่อ่านหลักสูตรจะมีความรู้สึกอยากเรียนมากกว่าอ่านรายละเอียดไปแล้วมาตัดสินใจอีกทีว่าจะเรียนหรือไม่ทีหลัง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครทางโทรศัพท์ กรุณาติดต่อ
Hot Line : 02-642-1100
::
สาขา สยามสแควร์ ::
สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว ::
::
สาขา โลตัส บางกะปิ ::
สาขา ฟอร์จูนทาวน์ ::
::
สาขา ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ::
สาขา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ::
::
สาขา เดอะมอลล์ บางแค ::
สาขา เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ::
::
สาขา สยามพารากอน : |